รู้จักกับ IF (Intermittent Fasting) กินอย่างไรให้ผอม?

ในปัจจุบันที่กระแสการดูแลสุขภาพกำลังเทรนที่นิยม คนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องของสุขภาพจิตใจ การดูแลร่างกายด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ดี หรือจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงและความฟิตของร่างกาย แน่นอนว่าด้วยความนิยมของกระแสที่มาแรงแบบนี้ ทำให้มีข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มากมายให้เราได้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย รูปแบบการทาน การดูแลร่างกายต่างๆ และวันนี้บทความของดาวจะมาพูดถึง อีกกระแสที่กำลังมาแรง และเป็นที่พูดถึง นั่นก็คือ IF (Intermittent Fasting) หลายคนอาจจะเคยอ่านข้อมูลเรื่องIF มาบ้าง แต่สำหรับใครที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ไม่เป็นไร บทความนี้เราจะมาพูดถึงไปพร้อมๆ กัน

รู้จักกับ IF (Intermittent Fasting) กินอย่างไรให้ผอม?

การทำ Intermittent Fasting (IF) เป็นวิธีการลดน้ำหนักอีกวิธีหนึ่งโดยการควบคุมแคลอรีและจำกัดเวลาในการทานอาหาร โดยมีหลากหลายวิธีในการปฏิบัติ แต่วิธีที่ได้รับความนิยมก็คือจำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ เราสามารถ ทานได้เวลา 6:00-14:00 โดยหลังจาก 14:00 เป็นช่วงงดอาหาร ทานได้เพียงแต่น้ำเปล่า หรือกาแฟ ชา ที่ไม่ใส่น้ำตาล (งดเว้นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ในช่วงอดอาหาร เพราะจะกระตุ้นให้เกิดความหิวและอยากน้ำตาลได้)  สรุปคือ เราจะไม่ได้ทานอาหารมื้อหนึ่ง นั่นก็คือ มื้อเย็น โดยแค่แนวคิดตัดอาหารไปหนี่งมื้อนั้นก็คือ แคลอรีที่หายไปหนึ่งวัน หากทำได้ติดต่อกัน ยังไงน้ำหนักต้องลดได้แน่นอน แต่หลายคนอาจทำแล้วประสบผลสำเร็จบ้าง บางคนน้ำหนักไม่ลดบ้าง

Cordialis Msora-Kasago นักโภชนาการและโฆษกสถาบัน the Academy of Nutrition and Dietetics กล่าวว่า ในฐานะนักโภชนาการ เธอมักจะแนะนำให้ทุกคนเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการรับประทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์ และตลอดช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยพบนักโภชนาการคนไหนที่แนะนำให้งดอาหารเช้าเลย อาหารเช้าช่วยเพิ่มพลังงาน ควบคุมความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และยังช่วยพัฒนาสมาธิและสมรรถภาพร่างกายอีกด้วย

ประโยชน์จากการทำ Intermittent Fasting

  1. เสริมสร้างการทำงานของสมอง กระตุ้นให้เกิดการฟื้นตัวเมื่อสมองเกิดการบาดเจ็บได้เร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจำได้ดีอีกด้วย
  2. เผาผลาญไขมันทุกส่วนอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วนเป็นที่สุด
  3. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น พร้อมลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ให้ลดน้อยลงไป จึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากขึ้น
  4. ลดการติดเชื้อในร่างกาย การทำ Intermittent Fasting จะทำให้ร่างกายผลิตเกรลินออกมามากขึ้น ซึ่งจะทำหน้าที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น พร้อมยับยั้งการติดเชื้อในร่างกายได้
รู้จักกับ IF (Intermittent Fasting) กินอย่างไรให้ผอม?

ข้อที่ควรระวังในการทำ Intermittent Fasting

  1. ผู้ที่เริ่มต้นใหม่ แนะนำให้เริ่มที่ Fasting 12 ชม. และ กิน 12 ชม. ง่ายๆ โดยการเลื่อนการกินมื้อแรกให้ครบ 12 ชม. จากมื้อสุดท้ายของวันก่อนหน้า แล้วค่อยๆเลื่อนออกไปทีละชั่วโมงในอาทิตย์ถัดไป
  2. ควรเริ่มจากงดอาหารเช้า จะดีกว่า งดอาหารเย็น เพราะ ถ้าเรางดอาหารเย็น ตื่นขึ้นมาอาจจะมีอาการหิวได้ง่ายกว่าเพราะร่างกายเราจะขาดสารอาหาร และ ช่วงเย็นจะเป็นช่วงที่เรามี Insulin Sensitivity มากที่สุด
  3. ในช่วงเวลาที่กิน จะกินด้วยวิธีไดเอท แบบใดก็ได้
  4. ถ้าหิวแล้วไม่ไหวจริงๆ ควรจะกินอาหาร เพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนล้ามากจนเกินไป
  5. สามารถออกกำลังกายในช่วงการทำIF ได้เป็นปกติ
  6. ควรจัดสรรเวลาให้การทำFasting ให้เหมาะสมกับกิจกรรมประจำวันของผู้ปฏิบัติ โดยคำนึงถึง เวลาการทำงาน เวลาที่ต้องไปทานอาหารกับครอบครัว เพื่อน หรือ ลูกค้า ถ้าเราจัดสรรเวลาได้ จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการออกสังคมแต่อย่างใด
  7. สามารถเปลี่ยนรูปแบบการทำ Fasting ได้ตามความเหมาะสม เมื่อเราเกิดความชำนาญมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องทำอยู่รูปแบบเดียว
  8. ต้องบริโภคอาหาร เพื่อให้ได้สารอาหารเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ เพราะ การทำ Fasting ไม่ใช่การอดอาหาร หรือ ที่เรียกว่า Starvation (ความอดอยาก)
  9. ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ
  10. ถ้ามีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์ หรือ เด็ก ไม่ควรทำIF
  11. หากทำไม่ถูกวิธีหรือร่างกายยังไม่พร้อมก็อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา เช่น จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคพาร์กินสัน (Parkinson) โรคเบาหวาน มะเร็ง และโรคทางประสาท ได้
รู้จักกับ IF (Intermittent Fasting) กินอย่างไรให้ผอม?

ข้อเสียของIF

ไม่มีงานวิจัยที่บ่งบอกว่าการทำIF ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า สำหรับรูปแบบการทำIF บางอย่างนั้น อาจจะไม่เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของบุคคลที่ทำงานทั่วไป เช่น การอดทั้งวัน ซึ่งหากเราเป็นบุคคลที่ต้องทำงาน ใช้แรงและสมอง อันนี้ไม่ควรทำในวันปกติเมื่อต้องทำงาน แต่จะทำเสาร์ อาทิตย์ วันหยุด อันนี้ว่ากันไป หรือ การทานวันละมื้อซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะอัดให้ได้สารอาหารครบตามที่ร่างกายต้องการในมื้อเดียว นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มความเสี่ยงที่จะตบะแตกได้ง่าย ซึ่งอันนี้ต้องแล้วแต่ความสามารถและขีดจำกัดของคนด้วย

ผู้ที่เริ่มทำ IF ควรศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ และชัดเจนก่อนการทำ ต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการจัดเวลาการกิน เพราะฉะนั้นวันๆ หนึ่งต้องทานให้ครบกับความต้องการของร่ายกายและจัดหมู่อาหารให้เหมาะสมด้วยนะ

หากใครกำลังลังเลที่จะซื้อโทรศัพท์มือถืออย่าง ไอโฟนและซัมซุง ไม่รู้จะเลือกรุ่นไหนเราขอแนะนำให้อ่านบทความนี้ เปรียบเทียบสเปคมือถือ Iphone 11 Pro Max vs Galaxy s20 ultraรับรองว่าคุณจะตัดสินใจได้ไวขึ้น

เรื่องที่น่าสนใจ : มหาวิทยาลัยใน UK ที่มีคุณภาพที่สุด

About the Author